Home |  Hot Issue |  It Update |  Tip & Technique |  Gov News |  GITS News           
GITS Newsletter Online: January 2008

กรอบการดำเนินงานของ National Root CA ของประเทศไทย

 

           

            รูปแบบการให้บริการด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเครือข่ายสาธารณะในปัจจุบันได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในรูปแบบการทำ e-Transaction หรือ e-Commerce ทั้งในหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้น จำเป็นจะต้องมีการสร้างมาตรการในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและการยืนยันตัวบุคคลในกระบวนการดังกล่าว ซึ่งสามารถใช้เทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานกุญแจสาธารณะ (Public Key Infrastructure: PKI) สำหรับการยืนยันตัวตนในโลกอิเล็กทรอนิกส์

 

            ในปัจจุบันประเทศไทยได้มีผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานกุญแจสาธารณะซึ่งเรียกว่า “ผู้ให้บริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (Certification Authority: CA)” เกิดขึ้นหลายราย ซึ่งทำหน้าที่ในการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์เพื่อพิสูจน์และยืนยันตัวบุคคลในโลกอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ตาม ในการใช้งานได้เกิดปัญหาการทำงานร่วมกันระหว่างระบบที่มีการใช้ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ที่ออกโดย  CA ต่างรายกัน (Interoperability)  ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์จึงได้ลงความเห็นว่า ประเทศไทยควรมีระบบการมอบความไว้วางใจ (Trust Model) ในรูปแบบ Root CA เนื่องจากได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นรูปแบบที่สามารถเกิดขึ้นได้ง่าย และมีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของประเทศไทย ทั้งนี้ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในฐานะผู้ดูแล ได้มอบหมายให้สำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ (สบทร.) เป็นผู้ดำเนินการจัดตั้ง National Root CA (NRCA) ขึ้น เมื่อเดือนสิงหาคม 2550 ที่ผ่านมา

 

            การดำเนินงานของ NRCA นั้น ได้มีการกำหนด Milestone ในการดำเนินงาน ดังต่อไปนี้

 

           

            การดำเนินงานในระยะแรกนั้น ได้มีการเตรียมความพร้อมของสภาพแวดล้อมต่างๆ ในการให้บริการอย่างมั่นคงปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ อันประกอบไปด้วย บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญตามมาตรฐานวิชาชีพ เจ้าหน้าที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน การพัฒนาเว็บไซต์ NRCA (http://www.nrca.go.th) ที่มีความพร้อมใช้งาน (Availability) ไม่ต่ำกว่า 99% การให้บริการตามฟังก์ชันงาน ได้แก่ การรับลงทะเบียน การออกใบรับรอง การเพิกถอน/ต่ออายุ การเผยแพร่ใบรับรอง รวมถึงการจัดทำเอกสารแนวนโยบาย/แนวปฏิบัติ (CP/CPS) ของ NRCA ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

 

            สำหรับการดำเนินการในระยะถัดไปนั้น NRCA จะมีการออกใบรับรองให้กับ Licensed CA ในประเทศไทย เพื่อให้สามารถติดต่อสื่อสาร และสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกันได้ รวมไปถึงการทำ Interoperability กับต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการทำงานร่วมกันในระดับสากลต่อไป

 

  • การขับเคลื่อนของ Thailand PKI Forum และความพร้อมของ สบทร. ในการดำเนินงาน NRCA

 

“ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด” ในฐานะประธานสมาคม Thailand PKI Forum และผู้อำนวยการ สำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ ได้ชี้แจงในงานสัมมนา National Root CA[1] ว่า ในการประชุม Thailand PKI Forum ได้มีการหารือในประเด็นที่มีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของ NRCA อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เพื่อสร้างแนวทางที่ชัดเจน เหมาะสมและเตรียมความพร้อมในการให้บริการในอนาคต ทั้งนี้ หัวข้อที่จะหารือในลำดับถัดไปจะเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานการย้ายโครงสร้างของ CA ให้อยู่ภายใต้ NRCA (Transition) โดยให้มีผลกระทบน้อยที่สุด รวมทั้งการเสริมสร้างความเข้าใจกับผู้ใช้งานด้วย

 

อย่างไรก็ตาม การที่สำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ (สบทร.) ได้รับมอบหมายจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ให้ดำเนินการจัดตั้ง NRCA นั้น เนื่องจาก สบทร. เป็นหน่วยงานภาครัฐที่ได้มีการวิจัยและพัฒนา และให้บริการใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์อย่างต่อเนื่อง มาตั้งแต่ปี 2541 ทั้งนี้ สบทร.ได้เตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่องที่จะสร้างความมั่นคงปลอดภัยตามมาตรฐานสากล และได้รับการรับรองระบบบริหารความมั่นคงปลอดภัยของสารสนเทศ ตามมาตรฐาน ISO/IEC 27001: 2005 ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2549 เป็นต้นมา

 

  • ความเชื่อมั่นของผู้ให้บริการใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (CA) ที่มีต่อ NRCA

 

“ดร.ทัศไนย เปียระบุตร” ผู้แทนจากบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ซึ่งถือเป็นผู้ให้บริการใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์รายหนึ่งของประเทศ กล่าวว่า บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยี PKI เข้ามาใช้งาน เนื่องจากบริการหลักของ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เป็นบริการทางด้านระบบเครือข่าย จึงมีความเสี่ยงในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลที่มีชั้นความลับ ทั้งนี้ ดร.ทัศนัย มีความเห็นว่า ตนมีความมั่นใจในการดำเนินงานของ NRCA และเห็นว่าผู้ให้บริการ CA ต่างๆ ควรได้รับการตรวจสอบเพื่อความมั่นคงปลอดภัยในการให้บริการ

“ดร.อโนทัย ศรีกิจจา” ผู้แทนจากบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ได้นำเทคโนโลยี PKI เข้ามาให้บริการเนื่องจากมองว่าในอนาคตจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลสำคัญระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นควรได้รับการรักษาความปลอดภัยในระดับสูง รวมไปถึง การดำเนินงานภายใต้กรอบ FTA ที่ระบุว่า ข้อมูลที่มีการรับ – ส่ง ระหว่างประเทศในอนาคตจะต้องเป็น Paperless เท่านั้น จึงจำเป็นจะต้องมีการยืนยันตัวบุคคล โดยใช้งานใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์จาก CA ที่มีความน่าเชื่อถือ ทั้งนี้ การจัดตั้ง NRCA จะทำให้เกิดการทำ Interoperability ระหว่างประเทศ ทำให้ธุรกรรมระหว่างประเทศมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ดร.อโณทัย ค่อนข้างกังวลในเรื่องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเพื่อมาอยู่ภายใต้ NRCA ซึ่งขอให้มีการกำหนด Transition ให้เหมาะสมและเกิดผลกระทบต่อผู้ประกอบการน้อยที่สุด

 

“คุณโอฬาร วัฒนาสว่าง” ผู้แทนจากบริษัท ไทยดิจิทัล ไอดี จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ได้ดำเนินธุรกิจทางด้านการเงิน (e-Payment) ในลักษณะ B2B ซึ่งถือเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงค่อนข้างสูง จึงได้ดำเนินธุรกิจทางด้าน CA ขึ้นมาควบคู่ เพื่อเสริมสร้างความสมบูรณ์และปลอดภัยในการใช้งาน Application ต่างๆ โดยเห็นว่า การจัดตั้ง NRCA ขึ้นในประเทศไทยจะทำให้ผู้ใช้บริการถือใบรับรองเพียงใบเดียว และสามารถใช้งานได้ทุก Application ในลักษณะ ATM Pool และมีความเห็นว่า การจัดตั้ง NRCA จะทำให้ตลาดของใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ ขยายตัวขึ้นอีกด้วย

 

            “คุณวัชรพงษ์ ยะไวทย์” ผู้แทนจากบริษัท Max Savings จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจทางด้าน PKI Application และเติบโตมาพร้อมกับการพัฒนา e-Commerce ของประเทศไทย ได้ให้มุมมองทางด้านผู้ใช้งานว่า NRCA ในฐานะหน่วยงานระดับประเทศ ควรมีการพิจารณาให้มีการนำใบรับรองของประเทศไทยไปไว้ใน Microsoft Trusted List เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือและสะดวกในการใช้งานมากยิ่งขึ้น

 

  • โครงการในระดับประเทศในอนาคต

 

การที่ประเทศไทยเริ่มดำเนินการ NRCA จะก่อให้เกิดการผลักดันให้โครงการต่างๆ ในระดับประเทศที่มีความเกี่ยวข้องกับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ประสบความสำเร็จได้รวดเร็วขึ้น ดังจะเห็นได้จากโครงการดังต่อไปนี้

 

1)     โครงการ CA to CA ภายใต้กรอบ ASEAN

 

 

            เป็นการทดสอบการทำงานร่วมกันระหว่างระบบ (Interoperability) ระหว่าง CA ในประเทศสมาชิก ASEAN ซึ่งประเทศไทยได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพในโครงการนี้ โดยในระยะเริ่มแรกนั้น คาดว่าจะดำเนินการทดสอบการทำงานร่วมกันระหว่างระบบ (Interoperability) ระหว่าง 4 ประเทศ อันได้แก่ ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ซึ่งจะทำให้ได้ Interoperability Framework ในการทำงานร่วมกันระหว่างประเทศ เพื่อเป็นแนวทางในการติดต่อสื่อสารกันได้ในอนาคต ทั้งนี้โครงการดังกล่าวมีระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 ปี และจะเริ่มดำเนินโครงการในเดือนมีนาคม 2551

 

2)     โครงการ FTA ระหว่างไทยและออสเตรเลีย (TAFTA)

 

นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยและประเทศออสเตรเลียได้มีการเจรจาความตกลงทางการค้าเสรีระหว่างกัน เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2545 และลงนามมีผลบังคับใช้เมื่อ 1 มกราคม 2548 โดยมีประเด็นสำคัญของ TAFTA 3 เรื่อง คือ การค้าไร้กระดาษ การสร้างความร่วมมือ และการจัดการทางด้านเทคโนโลยี ซึ่งการค้าไร้กระดาษ (Paperless Trading) ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการยืนยันตัวบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่จะต้องมีการนำเทคโนโลยี PKI มาใช้งาน

 

3)     โครงการ National Single Window Exchange

 

                   

ที่มา : Study and Analysis for the Development of Thailand Single Window e-Logistics Systems

 

โครงการ Single Window e-Logistics หรือโครงการระบบอำนวยความสะดวกด้านการค้าแก่ผู้นำเข้าและผู้ส่งออก เป็นโครงการที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาโลจิสติกส์ของประเทศไทย โดยจะต้องมีระบบโลจิสติกส์ที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อสนับสนุนการเป็นศูนย์กลางธุรกิจและการค้าของภูมิภาคอินโดจีน ในปัจจุบันได้มีการพัฒนามาใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในขั้นตอนโลจิสติกส์ และพัฒนาระบบ Single Window Entry เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในด้านข้อมูลเอกสารและการประสานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

 

ทั้งนี้ โครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อการดำเนินการโครงการ Single Window e-Logistics ประการหนึ่งคือ ระบบ National Root CA ซึ่งเป็นกลไกในการเชื่อมโยงระบบลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่มีการใช้งานในประเทศ ให้สามารถยืนยันตัวตนของผู้ใช้บริการได้แม้ว่าจะใช้บริการจาก CA ต่างรายกัน รวมทั้งยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการลดกระดาษ อันจะนำไปสู่ระบบ Paperless ได้ในอนาคต

 

  • ประเด็นปัญหาการใช้งานใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย และแนวทางการส่งเสริมให้มีการใช้งานเทคโนโลยี PKI มากขึ้น

 

ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า ความตื่นตัวในการใช้งานใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทยยังอยู่ในวงค่อนข้างจำกัด อันเนื่องมาจากประเด็นปัญหาต่างๆ ได้แก่

 

1.)   ปัญหาด้านการใช้งาน ซึ่งผู้ใช้งานมักจะมองว่าการนำใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์มาใช้งานนั้น เป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ซับซ้อน และก่อให้เกิดปัญหาในการทำงาน ดังนั้น ผู้ประกอบการด้าน PKI ควรจะทำให้การใช้ PKI เป็นเรื่องที่ง่าย โดยให้ประเด็นทางเทคนิคอยู่เบื้องหลังมากที่สุด

 

2.)   ปัญหาด้านการตระหนักถึงการรักษาความปลอดภัย เป็นปัญหาสำคัญที่ผู้ใช้งานไม่ค่อยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัย โดยมองว่าทำให้การทำงานเกิดความยุ่งยากซับซ้อน ซึ่งปัญหาเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยทุกภาคส่วนในการให้ความรู้ สนับสนุน และผลักดันให้ผู้ใช้งานเกิดความเชื่อมั่น อย่างไรก็ตาม ในระยะแรกนั้นอาจจำเป็นต้องกำหนดนโยบายบังคับให้ทุกคนใช้งาน

 

 

3.)   ปัญหาด้านกฎหมาย ผู้ใช้งานบางกลุ่มยังมีข้อกังวลในประเด็นเกี่ยวกับผลผูกพันทางกฎหมายหากมีการนำใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์มาใช้งาน ซึ่งประเด็นดังกล่าว การให้ความรู้ที่ถูกต้องมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ผู้ใช้งานมีความเข้าใจในประเด็นทางกฎหมายมากขึ้น

 

4.)   ปัญหาด้าน Application เนื่องจากในปัจจุบันยังมี Application ที่ใช้งานร่วมกับใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ไม่มากนัก ทำให้การใช้งานใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ยังไม่แพร่หลาย ในประเด็นนี้ ควรมีการผลักดันจากหน่วยงานภาครัฐเพื่อให้เกิดการพัฒนาระบบงานที่จำเป็นและนำเทคโนโลยี PKI มาใช้งาน และส่งเสริมให้เกิดการใช้งานอย่างเหมาะสมและต่อเนื่องต่อไป

 

จากประเด็นต่างๆ ข้างต้น ส่งผลให้การใช้งานใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ยังไม่แพร่หลายเท่าที่ควร ดังนั้น สิ่งที่สำคัญคือ การพยายามให้ความรู้ ความเข้าใจ และส่งเสริมให้เกิดความตระหนักถึงความปลอดภัยของข้อมูลที่มีการรับ-ส่งในระบบเครือข่าย ควบคู่ไปกับการกำหนดนโยบายจากหน่วยงานภาครัฐ ผ่านการพัฒนาระบบที่มีความจำเป็นและมีการบังคับใช้อย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาและใช้งานที่เพิ่มขึ้นพร้อมๆ กับการจัดตั้ง National Root CA ของประเทศไทยต่อไป

 

******************************

 

ที่มา:

-           เอกสารประกอบการสัมมนา National Root CA “ทำอย่างไรให้ใบรับรองฯ ที่ออกโดยผู้ให้บริการต่างรายกัน สามารถทำงานร่วมกันได้” โดย ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม 2550 โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

-           ประเด็นเสวนา “ แนวทางการประชาสัมพันธ์ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี PKI ให้เป็นที่รู้จัก และความอยู่รอดของผู้ให้บริการ CA ไทย” วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม 2550 โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

-           NRCA Website:  http://www.nrca.go.th

 

 

 

 

 

 

 



[1] งานสัมมนา “สถานะการดำเนินงานในปัจจุบันของ National Root CA ในประเทศไทย” วันศุกร์ที่ 14  ธันวาคม 2550


สงวนลิขสิทธ์ พ.ศ. 2542 ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธ์ 2537
สำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ (สบทร.)
Tel : (+66) 0 2612 6000 Fax : (+66) 0 2612 6011..12 Hotline : (+66) 0 2612 6060 e-mail :