ในอดีตที่ผ่านมา การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในภาครัฐของไทยประสบอุปสรรคปัญหาในด้านต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะในด้านการสื่อสารข้อมูล และ การจัดวางเครือข่าย(network) รวมถึงการขาดบุคลากรด้านเทคนิคคอยดูแลระบบสื่อสารและเครือข่ายทั่วประเทศ นอกจากนั้นรูปแบบของข้อมูลและซอฟต์แวร์ที่ใช้ก็ยังขาดความเป็นมาตรฐาน ทำให้ไม่สามารถใช้งานร่วมกันได้ระหว่างหลายกระทรวง
ปัญหาดังกล่าวเกิดจากการที่ภาครัฐขาดหน่วยงานกลางคอยทำหน้าที่ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ แต่ละหน่วยงานต่างก็พัฒนาแยกกันสร้างเครือข่ายข้อมูลของตนเอง ซึ่งก็มักจะเป็นเครือข่ายความเร็วต่ำเนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ และส่วนใหญ่ก็เป็นวงจรที่ขนานและไม่ได้เชื่อมโยงกัน ทำให้ไม่สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันเป็นเครือข่ายความเร็วสูงได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังถือเป็นการลงทุนที่ซ้ำซ้อนและสิ้นเปลืองงบประมาณจำนวนมหาศาล
จากปัญหาและอุปสรรคดังกล่าวข้างต้น เป็นการจุดประกายความคิดที่จะจัดตั้งหน่วยงานกลางหนึ่งขึ้นมา เพื่อให้บริการด้านเครือข่ายและเทคโนโลยีสารสนเทศแก่ภาครัฐ อันเป็นที่มาของ "สำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ" (สบทร.) หรือมีชื่อภาษาอังกฤษว่า "Government Information Technology Services" (GITS.)
สำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ (สบทร.) เป็นโครงการที่สืบเนื่องมาจากการศึกษาวิจัยเชิงนโยบายโดยคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ (National Information Technology Committee:NITC) ซึ่งได้ว่าจ้างสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ศึกษาความเป็นไปได้ของการพัฒนาเครือข่ายสารสนเทศภาครัฐ (Government Information Network: GINet) จากนั้น ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ในฐานะสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ (NECTEC)ได้พิจารณาผลการศึกษาของ TDRI ประกอบกับการศึกษาเพิ่มเติม และได้จัดทำเป็นแผนการดำเนินงานพัฒนาเครือข่ายสารสนเทศภาครัฐเสนอต่อ NITC เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2540 ซึ่ง NITC เห็นชอบกับการจัดทำโครงการในรูปแบบการจัดตั้งสำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ (สบทร.) เพื่อพัฒนาเครือข่าย GINet และดำเนินกิจกรรมอื่นที่สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในภาครัฐ
ต่อมา NITC ได้นำแผนดังกล่าวเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการในการประชุมเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2540 โดยให้เริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2541 ภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ตามพ.ร.บ. พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. 2534 โดยในการดำเนินการช่วงแรกจะอยู่ภายใต้ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ทั้งนี้ให้อาศัยงบประมาณของรัฐในช่วงการลงทุนเริ่มต้นไม่เกิน 5 ปี หลังจากนั้นให้ใช้รายรับจากการบริการเพื่อดำเนินงานและขยายงานต่อไปเป็นการถาวร
ในวันที่18 กันยายน 2546 สบทร. ได้แยกตัวออกจากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ มาสังกัดสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ภายใต้ศูนย์ลงทุน และใช้ระเบียบทุนประเดิมจาก สวทช. ในเดือน ตุลาคมปี พ.ศ. 2546 จนถึงปัจจุบัน เพื่อความสะดวก และความคล่องตัวในการบริหารจัดการองค์กร และการดำเนินงาน
นอกจากนี้ สบทร. ยังสามารถใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษแก่หน่วยงานภาครัฐ โดยไม่ต้องแข่งขันด้านราคากับคู่แข่งขัน แต่อย่างไรก็ตาม สบทร. ก็ยังไม่สามารถเข้าร่วมประมูลงานต่างๆของหน่วยงานภาครัฐได้
โดยสรุป การมีสบทร. เป็นหน่วยงานกลางในการจัดทำและให้บริการด้านเครือข่ายตลอดจนการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ นับได้ว่าเป็นการสอดคล้องกับแนวความคิดและข้อเสนอแนะของผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง (Chief Information Officer: CIO) ของหน่วยงานต่างๆ ซึ่งเป็นผลจากการสัมมนาเชิงปฏิบัติการและกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ของ CIO จำนวน 8 รุ่นในปี 2542-43 ที่ผ่านมา โดยมีข้อเสนอแนะร่วมกันในหลายประเด็นที่ตรงกับบทบาทหน้าที่ของสบทร. อาทิเช่น หน่วยงานภาครัฐควรมีระบบเครือข่ายเชื่อมโยงหน่วยงานในระดับต่างๆ เพื่อให้ติดต่อสื่อสารทั้งภายในและระหว่างหน่วยงานกัน และควรมีระบบฐานข้อมูลที่มีมาตรฐานเดียวกันหรือเชื่อมต่อถึงกันเพื่อให้สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้
|